คณะอัลอุลยาร่วมต้อนรับ อัลฮาบีบ อับดุรเราะห์มาน บิน ฮุเซน อัลฮับชี ณ จังหวัดภูเก็ต

อัลฮัมดุลิลลาฮ์

เนื่องในโอกาสที่ อัลฮาบีบ อับดุรเราะห์มาน บิน ฮุเซน อัลฮับชี จากแคว้นหัฎเราะเมาต์ ประเทศเยเมน เดินทางมาเยือนประเทศไทยในช่วงเดือนรอบิอุลเอาวาล คณะอัลอุลยาได้ร่วมให้การต้อนรับท่าน ณ จังหวัดภูเก็ต

การพบปะในครั้งนี้เป็นไปด้วยบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง มีโอกาสได้ร่วมสนทนา แลกเปลี่ยน และรับฟังโอวาท ตลอดจนข้อคิดอันเป็นประโยชน์

การเดินทางมาเยือนประเทศไทยของท่านในครั้งนี้ นับเป็นโอกาสอันดีสำหรับพี่น้องมุสลิมที่จะได้พบปะ รับฟังความรู้ และรับประโยชน์จากท่านในหลายพื้นที่ของประเทศไทย

คณะอัลอุลยาร่วมต้อนรับ ณ ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต
คณะอัลอุลยาร่วมให้การต้อนรับในโอกาสการเดินทางมาเยือนประเทศไทย ณ ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต

บรรยากาศแห่งการพบปะ

ภายหลังการต้อนรับ ได้มีโอกาสพบปะและสนทนาร่วมกันในบรรยากาศที่เรียบง่ายและอบอุ่น เป็นอีกช่วงเวลาหนึ่งของการแลกเปลี่ยนข้อคิดและสิ่งที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน

บรรยากาศการพบปะและสนทนาระหว่างการมาเยือนประเทศไทย
บรรยากาศการพบปะและสนทนาอย่างอบอุ่นระหว่างการมาเยือนประเทศไทย

บรรยากาศแห่งการเรียนรู้

ในระหว่างการมาเยือน ยังมีโอกาสได้ร่วมรับฟังโอวาท ข้อคิด และความรู้ต่าง ๆ ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความเคารพ ความอบอุ่น และการแสวงหาประโยชน์จากความรู้ร่วมกัน

บรรยากาศการรับฟังโอวาทและข้อคิดระหว่างการมาเยือนประเทศไทย
บรรยากาศการพบปะ รับฟังโอวาท และข้อคิดอันเป็นประโยชน์ระหว่างการเดินทางมาเยือนประเทศไทย
บรรยากาศการต้อนรับและพบปะระหว่างการมาเยือนประเทศไทย
บรรยากาศการต้อนรับและพบปะร่วมกันอย่างอบอุ่นในโอกาสการมาเยือนประเทศไทย

ประวัติโดยย่อของอัลฮาบีบ

อัลฮาบีบ อับดุรเราะห์มาน บิน ฮุเซน อัลฮับชี ถือกำเนิด ณ เมืองเฮาเฏาะฮ์ (Hautoh) แคว้นหัฎเราะเมาต์ (Hadhramaut) ประเทศเยเมน

ท่านได้ศึกษาและรับความรู้จากบรรดาครูและอุละมาอ์หลายท่าน และมีประสบการณ์ด้านการศึกษา การสอน และการถ่ายทอดความรู้มาอย่างยาวนาน

บรรดาครูของท่าน

  • อัลฮาบีบ มุฮัมมัด บิน อับดุลลอฮ์ อัลฮัดด๊าร
  • อัลฮาบีบ ฮุเซน บิน มุฮัมมัด อัลฮัดด๊าร
  • อัลฮาบีบ อุมัร บิน ฮาฟิซ
  • ฮาบีบ อะลี มัชฮูร บิน ฮาฟิซ
  • เชค อับดุรร็อบ อัลยาฟิอี
  • เชค อะห์มัด อัลคุชัยบี
  • ฮาบีบ ซาลิม บิน อับดุลลอฮ์ อัชชาฏิรี
  • อัลฮาบีบ อับดุลลอฮ์ บิน อะห์มัด อัลฮัดด๊าด
  • อัลฮาบีบ อับดุลลอฮ์ บิน อะห์มัด บิน ชิฮาบ
  • เชค ซาลิม บิน อะห์มัด อัลคอฏีบ

ตำแหน่งและหน้าที่

  • คอฏีบและอิหม่ามประจำมัสยิดนะบีฮะฎูน (Masjid Nabi Hadun) เป็นเวลา 3 ปี
  • มุดีรแห่ง Ribat Ilm Syarif เมือง Qaidun เป็นเวลา 3 ปี
  • อาจารย์ผู้สอน สังกัดกระทรวงศึกษาธิการเยเมน เป็นเวลากว่า 30 ปี
  • อาจารย์ผู้สอน ณ Ribath Al Fath Wal Imdad
  • อาจารย์ผู้สอน ณ Darul Mustofa เป็นเวลา 4 ปี

สายสกุลของท่าน

ต่อไปนี้เป็นลำดับสายสกุลของอัลฮาบีบ อับดุรเราะห์มาน โดยเรียงจากท่านอับดุรเราะห์มานขึ้นไปตามลำดับบรรพบุรุษ จนถึงท่านอัลฮุเซน رضي الله عنه และท่านอะลี บิน อบีฏอลิบ رضي الله عنه โดยสายเชื่อมถึงท่านเราะซูลุลลอฮ์ ﷺ ผ่านท่านหญิงฟาฏิมะฮ์ อัซซะฮ์รออ์ رضي الله عنها

แผนผังสายสกุลอัลฮาบีบ อับดุรเราะห์มาน ถึงท่านอัลฮุเซน และเชื่อมถึงท่านนบีมุฮัมมัด ﷺ ผ่านท่านหญิงฟาฏิมะฮ์
แผนผังสายสกุลของอัลฮาบีบ อับดุรเราะห์มาน โดยเรียงลำดับบรรพบุรุษขึ้นไปจนถึงท่านอัลฮุเซน رضي الله عنه และเชื่อมถึงท่านเราะซูลุลลอฮ์ ﷺ ผ่านท่านหญิงฟาฏิมะฮ์ อัซซะฮ์รออ์ رضي الله عنها

รายชื่อสายสกุลแบบลำดับ

  1. عبد الرحمن — อับดุรเราะห์มาน
  2. حسين — ฮุเซน
  3. سالم — ซาลิม
  4. حسين — ฮุเซน
  5. سالم — ซาลิม
  6. عيسى — อีซา
  7. أحمد — อะห์มัด
  8. جعفر — ญะอ์ฟัร
  9. أحمد — อะห์มัด
  10. زين — ซัยน์
  11. علوي — อะละวี
  12. أحمد صاحب الشعب — อะห์มัด ซอฮิบ อัชชิอ์บ์
  13. محمد الأصغر — มุฮัมมัด อัลอัศฆ็อร
  14. علوي — อะละวี
  15. أبو بكر الحبشي — อบูบักร อัลฮับชี
  16. علي — อะลี
  17. أحمد — อะห์มัด
  18. محمد أسد الله — มุฮัมมัด อะซะดุลลอฮ์
  19. حسن الترابي — หะซัน อัตตุรอบี
  20. علي — อะลี
  21. محمد الفقيه المقدم — มุฮัมมัด อัลฟะกีฮ์ อัลมุก็อดดัม
  22. علي — อะลี
  23. محمد صاحب مرباط — มุฮัมมัด ซอฮิบ มิรบาฏ
  24. علي خالع قسم — อะลี คอลิอ์ กอสัม
  25. علوي صاحب بيت جبير — อะละวี ซอฮิบ บัยต์ ญุบัยร์
  26. محمد مولى الصومعة — มุฮัมมัด เมาลา อัศเศามะอะฮ์
  27. علوي صاحب سمل — อะละวี ซอฮิบ สะมัล
  28. عبيد الله صاحب العرض — อุบัยดิลลาฮ์ ซอฮิบ อัลอัรฎ์
  29. أحمد المهاجر — อะห์มัด อัลมุฮาญิร
  30. عيسى الرومي — อีซา อัรรูมี
  31. محمد النقيب — มุฮัมมัด อันนะกีบ
  32. علي العريضي — อะลี อัลอุร็อยฎี
  33. جعفر الصادق — ญะอ์ฟัร อัศศอดิก
  34. محمد الباقر — มุฮัมมัด อัลบากิร
  35. علي زين العابدين — อะลี ซัยนุลอาบิดีน
  36. الحسين رضي الله عنه — อัลฮุเซน رضي الله عنه
  37. علي بن أبي طالب رضي الله عنه — อะลี บิน อบีฏอลิบ رضي الله عنه

นาซับแบบต่อเนื่อง

عبد الرحمن بن حسين بن سالم بن حسين بن سالم بن عيسى بن أحمد بن جعفر بن أحمد بن زين بن علوي بن أحمد صاحب الشعب بن محمد الأصغر بن علوي بن أبي بكر الحبشي بن علي بن أحمد بن محمد أسد الله بن حسن الترابي بن علي بن محمد الفقيه المقدم بن علي بن محمد صاحب مرباط بن علي خالع قسم بن علوي صاحب بيت جبير بن محمد مولى الصومعة بن علوي صاحب سمل بن عبيد الله صاحب العرض بن أحمد المهاجر بن عيسى الرومي بن محمد النقيب بن علي العريضي بن جعفر الصادق بن محمد الباقر بن علي زين العابدين بن الحسين بن علي بن أبي طالب رضي الله عنه

การเชื่อมสายถึงท่านเราะซูลุลลอฮ์ ﷺ

ท่านอัลฮุเซน رضي الله عنه เป็นบุตรของ

علي بن أبي طالب رضي الله عنه

ท่านอะลี บิน อบีฏอลิบ رضي الله عنه

และมารดาของท่านคือ

فاطمة الزهراء رضي الله عنها

ท่านหญิงฟาฏิมะฮ์ อัซซะฮ์รออ์ رضي الله عنها

โดยท่านหญิงฟาฏิมะฮ์ رضي الله عنها คือบุตรีของ

محمد رسول الله صلى الله عليه وسلم

ท่านนบีมุฮัมมัด เราะซูลุลลอฮ์ ﷺ

الحسين بن علي بن أبي طالب، وأمه فاطمة الزهراء بنت محمد رسول الله صلى الله عليه وسلم

คำแปล: “อัลฮุเซน บุตรของอะลี บิน อบีฏอลิบ โดยมารดาของท่านคือฟาฏิมะฮ์ อัซซะฮ์รออ์ บุตรีของท่านมุฮัมมัด เราะซูลุลลอฮ์ ﷺ”

الحسين رضي الله عنه

อัลฮุเซน رضي الله عنه

บิดา:
علي بن أبي طالب رضي الله عنه
อะลี บิน อบีฏอลิบ رضي الله عنه
มารดา:
فاطمة الزهراء رضي الله عنها
ฟาฏิมะฮ์ อัซซะฮ์รออ์ رضي الله عنها
ตาทางมารดา:
محمد رسول الله صلى الله عليه وسلم
ท่านนบีมุฮัมมัด เราะซูลุลลอฮ์ ﷺ

ความรู้เกี่ยวกับสายสกุลและอะฮ์ลุลบัยต์ของท่านนบี ﷺ

อิสลามให้ความสำคัญกับการรู้จักสายสกุล การรักษาความสัมพันธ์เครือญาติ และการให้เกียรติอะฮ์ลุลบัยต์ของท่านนบีมุฮัมมัด ﷺ ขณะเดียวกัน หลักคำสอนยังย้ำว่าเกียรติแห่งสายสกุลควรดำเนินควบคู่กับอีหม่าน ความยำเกรง ความรู้ และการประกอบคุณงามความดี

เกียรติของสายสกุลท่านนบี ﷺ และการรู้จักนาซับ

1. อัลลอฮ์ทรงเลือกบนูฮาชิม และทรงเลือกท่านนบี ﷺ

إِنَّ اللَّهَ اصْطَفَى كِنَانَةَ مِنْ وَلَدِ إِسْمَاعِيلَ، وَاصْطَفَى قُرَيْشًا مِنْ كِنَانَةَ، وَاصْطَفَى مِنْ قُرَيْشٍ بَنِي هَاشِمٍ، وَاصْطَفَانِي مِنْ بَنِي هَاشِمٍ

“แท้จริงอัลลอฮ์ทรงเลือกกินานะฮ์จากลูกหลานของอิสมาอีล ทรงเลือกกุเรชจากกินานะฮ์ ทรงเลือกบนูฮาชิมจากกุเรช และทรงเลือกฉันจากบนูฮาชิม”

หะดีษบทนี้กล่าวโดยตรงถึงเกียรติของสายตระกูลที่ท่านนบีมุฮัมมัด ﷺ ถือกำเนิดขึ้น โดยลำดับจากกินานะฮ์ สู่กุเรช สู่บนูฮาชิม และท่านนบี ﷺ

แหล่งอ้างอิง: เศาะฮีห์มุสลิม หะดีษเลขที่ 2276

2. การเรียนรู้สายสกุลเพื่อรักษาความสัมพันธ์เครือญาติ

تَعَلَّمُوا مِنْ أَنْسَابِكُمْ مَا تَصِلُونَ بِهِ أَرْحَامَكُمْ، فَإِنَّ صِلَةَ الرَّحِمِ مَحَبَّةٌ فِي الْأَهْلِ، مَثْرَاةٌ فِي الْمَالِ، مَنْسَأَةٌ فِي الْأَثَرِ

“พวกท่านจงเรียนรู้เกี่ยวกับสายสกุลของพวกท่าน ในสิ่งที่จะช่วยให้พวกท่านเชื่อมสัมพันธ์กับเครือญาติ เพราะการเชื่อมสัมพันธ์เครือญาติเป็นเหตุแห่งความรักในครอบครัว ความเพิ่มพูนในทรัพย์ และความเพิ่มพูนในอายุ”

แหล่งอ้างอิง: ญามิอ์ อัตติรมิซีย์ หะดีษเลขที่ 1979

คำกำชับเกี่ยวกับอะฮ์ลุลบัยต์

3. ท่านนบี ﷺ กำชับประชาชาติเกี่ยวกับอะฮ์ลุลบัยต์

وَأَهْلُ بَيْتِي، أُذَكِّرُكُمُ اللَّهَ فِي أَهْلِ بَيْتِي، أُذَكِّرُكُمُ اللَّهَ فِي أَهْلِ بَيْتِي، أُذَكِّرُكُمُ اللَّهَ فِي أَهْلِ بَيْتِي

“และอะฮ์ลุลบัยต์ของฉัน ฉันขอเตือนพวกท่านให้คำนึงถึงอัลลอฮ์ในเรื่องอะฮ์ลุลบัยต์ของฉัน” ท่านกล่าวย้ำถึงสามครั้ง

หะดีษนี้เป็นหนึ่งในหลักฐานสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงการกำชับให้ประชาชาติรักษาสิทธิและให้ความสำคัญต่ออะฮ์ลุลบัยต์ของท่านนบี ﷺ

แหล่งอ้างอิง: เศาะฮีห์มุสลิม หะดีษเลขที่ 2408a รายงานจากซัยด์ บิน อัรก็อม رضي الله عنه

4. ฟาฏิมะฮ์ رضي الله عنها เป็นส่วนหนึ่งจากท่านนบี ﷺ

فَاطِمَةُ بَضْعَةٌ مِنِّي، فَمَنْ أَغْضَبَهَا أَغْضَبَنِي

“ฟาฏิมะฮ์เป็นส่วนหนึ่งจากฉัน ผู้ใดทำให้นางโกรธ ก็ได้ทำให้ฉันโกรธ”

หะดีษนี้แสดงถึงความใกล้ชิดและสถานะอันสูงส่งของท่านหญิงฟาฏิมะฮ์ رضي الله عنها บุตรีของท่านนบี ﷺ

แหล่งอ้างอิง: เศาะฮีห์อัลบุคอรีย์ หะดีษเลขที่ 3714

5. หะดีษผ้าคลุม — อะลี ฟาฏิมะฮ์ ฮะซัน และฮุเซน

ท่านหญิงอาอิชะฮ์ رضي الله عنها รายงานว่า ท่านนบี ﷺ ได้นำอัลฮะซัน อัลฮุเซน ท่านหญิงฟาฏิมะฮ์ และท่านอะลี رضي الله عنهم เข้าอยู่ใต้ผ้าคลุม แล้วอ่านอายะฮ์:

إِنَّمَا يُرِيدُ اللَّهُ لِيُذْهِبَ عَنْكُمُ الرِّجْسَ أَهْلَ الْبَيْتِ وَيُطَهِّرَكُمْ تَطْهِيرًا

“แท้จริงอัลลอฮ์ทรงประสงค์ที่จะขจัดมลทินออกจากพวกเจ้า โอ้อะฮ์ลุลบัยต์ และทรงชำระพวกเจ้าให้บริสุทธิ์อย่างแท้จริง”

หมายเหตุ: ตัวบทภาษาอาหรับข้างต้นคืออายะฮ์อัลกุรอานที่ปรากฏในรายงานหะดีษ ไม่ใช่ตัวบทหะดีษโดยตรง

แหล่งอ้างอิง: เศาะฮีห์มุสลิม หะดีษเลขที่ 2424; อายะฮ์ที่อ่านอยู่ในซูเราะฮ์อัลอะห์ซาบ 33:33

ฟะฎีละฮ์ของอัลฮะซันและอัลฮุเซน رضي الله عنهما

6. ผู้นำแห่งชายหนุ่มชาวสวรรค์

الْحَسَنُ وَالْحُسَيْنُ سَيِّدَا شَبَابِ أَهْلِ الْجَنَّةِ

“อัลฮะซันและอัลฮุเซน คือผู้นำของบรรดาชายหนุ่มแห่งชาวสวรรค์”

หมายเหตุ: อิมามอัตติรมิซีย์กล่าวถึงรายงานนี้ว่า: حديث حسن صحيح

แหล่งอ้างอิง: ญามิอ์ อัตติรมิซีย์ หะดีษเลขที่ 3768

7. “ฮุเซนมาจากฉัน และฉันมาจากฮุเซน”

حُسَيْنٌ مِنِّي وَأَنَا مِنْ حُسَيْنٍ، أَحَبَّ اللَّهُ مَنْ أَحَبَّ حُسَيْنًا

“ฮุเซนมาจากฉัน และฉันมาจากฮุเซน ขออัลลอฮ์ทรงรักผู้ที่รักฮุเซน”

หมายเหตุ: อิมามอัตติรมิซีย์กล่าวว่าเป็นหะดีษหะสัน

แหล่งอ้างอิง: ญามิอ์ อัตติรมิซีย์ หะดีษเลขที่ 3775

8. ท่านนบี ﷺ เรียกอัลฮะซันว่า “ลูกชายของฉัน”

إِنَّ ابْنِي هَذَا سَيِّدٌ

“แท้จริงลูกชายของฉันผู้นี้เป็นผู้นำผู้ทรงเกียรติ”

ท่านนบี ﷺ กล่าวถึงอัลฮะซัน บิน อะลี رضي الله عنه ซึ่งเป็นหลานของท่านผ่านท่านหญิงฟาฏิมะฮ์ رضي الله عنها ว่า “ลูกชายของฉัน” และกล่าวต่อว่าอัลลอฮ์อาจทรงใช้เขาเป็นเหตุให้มุสลิมสองกลุ่มใหญ่คืนดีกัน

แหล่งอ้างอิง: เศาะฮีห์อัลบุคอรีย์ หะดีษเลขที่ 2704

ความรักและการศอลาวาตต่อวงศ์วานท่านนบี ﷺ

9. การศอลาวาตต่อท่านนบี ﷺ และวงศ์วาน

اللَّهُمَّ صَلِّ عَلَى مُحَمَّدٍ وَعَلَى آلِ مُحَمَّدٍ، كَمَا صَلَّيْتَ عَلَى آلِ إِبْرَاهِيمَ، إِنَّكَ حَمِيدٌ مَجِيدٌ

“โอ้อัลลอฮ์ โปรดประทานศอลาวาตแก่มุฮัมมัดและวงศ์วานของมุฮัมมัด ดังที่พระองค์ทรงประทานศอลาวาตแก่วงศ์วานของอิบรอฮีม แท้จริงพระองค์คือผู้ทรงได้รับการสรรเสริญ ผู้ทรงเกียรติยิ่ง”

นี่เป็นส่วนหนึ่งของรูปแบบการศอลาวาตที่ท่านนบี ﷺ สอนแก่บรรดาเศาะหาบะฮ์

แหล่งอ้างอิง: เศาะฮีห์อัลบุคอรีย์ หะดีษเลขที่ 3370

10. ความรักต่ออะฮ์ลุลบัยต์

أَحِبُّوا اللَّهَ لِمَا يَغْذُوكُمْ مِنْ نِعَمِهِ، وَأَحِبُّونِي بِحُبِّ اللَّهِ، وَأَحِبُّوا أَهْلَ بَيْتِي لِحُبِّي

“จงรักอัลลอฮ์ เนื่องด้วยความโปรดปรานที่พระองค์ทรงประทานแก่พวกท่าน จงรักฉันด้วยความรักที่มีต่ออัลลอฮ์ และจงรักอะฮ์ลุลบัยต์ของฉันเนื่องด้วยความรักที่มีต่อฉัน”

หมายเหตุ: อิมามอัตติรมิซีย์กล่าวว่า: حديث حسن غريب

แหล่งอ้างอิง: ญามิอ์ อัตติรมิซีย์ หะดีษเลขที่ 3789

ความสมดุล — สายสกุลและการประกอบคุณงามความดี

11. สายสกุลไม่ทดแทนการงาน

وَمَنْ بَطَّأَ بِهِ عَمَلُهُ لَمْ يُسْرِعْ بِهِ نَسَبُهُ

“ผู้ใดที่การงานของเขาทำให้เขาล่าช้า สายสกุลของเขาก็ไม่อาจทำให้เขารุดหน้าได้”

หะดีษบทนี้ช่วยสร้างความสมดุลว่า อิสลามรับรองเกียรติและสิทธิบางประการของสายสกุลและอะฮ์ลุลบัยต์ ขณะเดียวกัน ความประเสริฐของแต่ละบุคคล ณ อัลลอฮ์ ไม่ได้เกิดจากสายสกุลเพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับอีหม่าน ความยำเกรง และการประกอบคุณงามความดี

แหล่งอ้างอิง: เศาะฮีห์มุสลิม หะดีษเลขที่ 2699a

คำกล่าวของบรรดาเศาะหาบะฮ์เกี่ยวกับอะฮ์ลุลบัยต์

อบูบักร อัศศิดดีก رضي الله عنه

ارْقُبُوا مُحَمَّدًا ﷺ فِي أَهْلِ بَيْتِهِ

“จงรักษาสิทธิของท่านมุฮัมมัด ﷺ ในเรื่องอะฮ์ลุลบัยต์ของท่าน”

เป็นคำกล่าวของท่านอบูบักร อัศศิดดีก رضي الله عنه แสดงถึงการให้ความสำคัญและการรักษาสิทธิของครอบครัวท่านรอซูล ﷺ

แหล่งอ้างอิง: เศาะฮีห์อัลบุคอรีย์ หะดีษเลขที่ 3713

อีกคำกล่าวหนึ่งของอบูบักร رضي الله عنه

لَقَرَابَةُ رَسُولِ اللَّهِ ﷺ أَحَبُّ إِلَيَّ أَنْ أَصِلَ مِنْ قَرَابَتِي

“แท้จริงญาติของท่านรอซูลุลลอฮ์ ﷺ เป็นที่รักแก่ฉันในการรักษาความสัมพันธ์ยิ่งกว่าญาติของฉันเอง”

แหล่งอ้างอิง: เศาะฮีห์อัลบุคอรีย์ 3711–3712

ทัศนะของบรรดาอุละมาอ์

บรรดาอุละมาอ์ได้อธิบายหลักฐานเกี่ยวกับอะฮ์ลุลบัยต์และสายสกุล โดยเน้นทั้งการให้ความรัก ความเคารพ และรักษาสิทธิของวงศ์วานท่านนบี ﷺ พร้อมกับย้ำว่าความประเสริฐของบุคคลต้องดำเนินควบคู่กับอีหม่านและการงานที่ดี

หมายเหตุ: ส่วนต่อไปนี้เป็นคำอธิบายของอุละมาอ์ ไม่ใช่หะดีษ

1. อิมามอันนะวะวีย์ رحمه الله

อิมามอันนะวะวีย์ رحمه الله อธิบายหะดีษ “ผู้ใดที่การงานของเขาทำให้เขาล่าช้า สายสกุลของเขาก็ไม่อาจทำให้เขารุดหน้าได้” ว่า ผู้ที่การงานยังบกพร่องไม่ควรพึ่งพาเพียงเกียรติแห่งสายสกุลหรือความประเสริฐของบรรพบุรุษ แล้วละเลยการประกอบคุณงามความดี

แหล่งอ้างอิง: อัลมินฮาจ ชัรห์ เศาะฮีห์มุสลิม คำอธิบายหะดีษ Muslim 2699

2. อิบนุรอญับ อัลฮัมบะลีย์ رحمه الله

الْعَمَلُ هُوَ الَّذِي يُبَلِّغُ بِالْعَبْدِ دَرَجَاتِ الْآخِرَةِ

“การงานคือสิ่งที่จะนำบ่าวไปสู่ระดับต่าง ๆ ในอาคิเราะฮ์”

อิบนุรอญับ رحمه الله อธิบายว่า ผู้ที่การงานของเขายังไม่ทำให้เขาไปถึงระดับสูง ณ อัลลอฮ์ สายสกุลเพียงอย่างเดียวก็ไม่สามารถพาเขาไปถึงระดับนั้นได้ เพราะการตอบแทนถูกผูกกับการงาน มิใช่กับสายสกุลเพียงอย่างเดียว

แหล่งอ้างอิง: ญามิอ์ อัลอุลูม วัลฮิกัม คำอธิบายหะดีษ: ومن بطأ به عمله لم يسرع به نسبه

3. อัลฮาฟิซ อิบนุกะษีร رحمه الله

وَلَا نُنْكِرُ الْوَصَاةَ بِأَهْلِ الْبَيْتِ وَالْأَمْرَ بِالْإِحْسَانِ إِلَيْهِمْ وَاحْتِرَامِهِمْ وَإِكْرَامِهِمْ

อิบนุกะษีร رحمه الله กล่าวถึงการกำชับให้ทำดี ให้ความเคารพ และให้เกียรติอะฮ์ลุลบัยต์ โดยเฉพาะผู้ที่ดำเนินตามสุนนะฮ์อันถูกต้องของท่านนบี ﷺ เช่นเดียวกับบรรดาบรรพชนผู้ทรงคุณธรรมของพวกเขา

แหล่งอ้างอิง: ตัฟซีร อิบนุกะษีร คำอธิบายซูเราะฮ์อัชชูรอ 42:23

4. ชัยคุลอิสลาม อิบนุตัยมียะฮ์ رحمه الله

لِآلِ مُحَمَّدٍ ﷺ حَقٌّ عَلَى الْأُمَّةِ لَا يَشْرَكُهُمْ فِيهِ غَيْرُهُمْ

“วงศ์วานของมุฮัมมัด ﷺ มีสิทธิเหนือประชาชาติ ซึ่งผู้อื่นมิได้มีส่วนร่วมในสิทธินั้นในลักษณะเดียวกัน”

อิบนุตัยมียะฮ์ رحمه الله กล่าวถึงสิทธิของวงศ์วานท่านนบี ﷺ และการที่พวกเขาสมควรได้รับความรักและการให้เกียรติ ขณะเดียวกันท่านอธิบายต่อถึงหลักการว่า ความประเสริฐสูงสุดของบุคคลย่อมพิจารณาจากความยำเกรงและการเชื่อฟังอัลลอฮ์

แหล่งอ้างอิง: Minhaj al-Sunnah al-Nabawiyyah

การรู้จักและให้เกียรติสายสกุลที่เกี่ยวเนื่องกับท่านนบี ﷺ เป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ การรักษาความสัมพันธ์เครือญาติ และการให้เกียรติอะฮ์ลุลบัยต์ ขณะเดียวกัน หลักคำสอนอิสลามยังย้ำว่า เกียรติแห่งสายสกุลควรดำเนินควบคู่กับอีหม่าน ความยำเกรง ความรู้ และการประกอบคุณงามความดี

คณะอัลอุลยารู้สึกเป็นเกียรติที่ได้มีโอกาสร่วมต้อนรับและพบปะในครั้งนี้ และขออัลลอฮ์ทรงประทานความจำเริญแก่การเดินทาง การเผยแผ่ความรู้ และทุกกิจการแห่งความดีของท่าน

ขออัลลอฮ์ทรงให้การพบปะครั้งนี้เป็นสาเหตุแห่งความดีและประโยชน์แก่ทุกฝ่าย

อามีน