กะอ์บะฮ์ภายในลานมัฏอัฟของมัสยิดอัลฮะรอมในช่วงแสงเช้า

กะอ์บะฮ์ตั้งอยู่ภายในมัสยิดอัลฮะรอม ณ นครมักกะฮ์ และเป็นกิบละฮ์ที่มุสลิมทั่วโลกหันหน้าไปในการละหมาด ผู้เดินทางไปประกอบฮัจญ์และอุมเราะฮ์จะทำการฏอวาฟรอบกะอ์บะฮ์เจ็ดรอบ โดยเริ่มและสิ้นสุดแต่ละรอบในแนวของหะญะรุลอัสวัด

บริเวณกะอ์บะฮ์ประกอบด้วยส่วนต่าง ๆ ที่มีทั้งความสำคัญทางศาสนา ประวัติศาสตร์ และสถาปัตยกรรม การรู้จักชื่อและตำแหน่งโดยสังเขปจะช่วยให้ผู้เดินทางเข้าใจสิ่งที่เห็น และปฏิบัติศาสนกิจได้อย่างมีสติยิ่งขึ้น

ข้อควรคำนึง: การสัมผัสหะญะรุลอัสวัดหรือรุก่นยะมานีให้ทำเมื่อสะดวกและไม่ก่อให้เกิดการเบียดเบียน หากมีผู้คนหนาแน่น ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่และผู้นำกลุ่ม ความปลอดภัยของตนเองและผู้อื่นต้องมาก่อน

สารบัญ

  1. หะญะรุลอัสวัด
  2. ประตูกะอ์บะฮ์
  3. มีซาบกะอ์บะฮ์
  4. ชาซัรวาน
  5. หิจร์อิสมาอีล
  6. มุลตะซัม
  7. มะกอมอิบรอฮีม
  8. รุก่นอัลอัสวัด
  9. รุก่นยะมานี
  10. รุก่นชามี
  11. รุก่นอิรอกี
  12. คิสวะฮ์
  13. มัฏอัฟ

1. หะญะรุลอัสวัด

หะญะรุลอัสวัด (الحجر الأسود) หรือศิลาดำ ประดิษฐานอยู่ที่มุมหนึ่งของกะอ์บะฮ์ภายในกรอบสีเงิน ตำแหน่งนี้ใช้เป็นแนวเริ่มต้นและสิ้นสุดของการฏอวาฟแต่ละรอบ

ผู้ฏอวาฟอาจสัมผัสหรือจุมพิตหะญะรุลอัสวัดเมื่อสามารถทำได้โดยไม่เบียดเบียนผู้อื่น หากเข้าไม่ถึง สามารถหันไปยังแนวของหะญะรุลอัสวัดและให้สัญญาณด้วยมือ แล้วเดินฏอวาฟต่อโดยไม่ต้องแทรกฝูงชน

2. ประตูกะอ์บะฮ์

ประตูกะอ์บะฮ์ (باب الكعبة) อยู่สูงจากพื้นลานมัฏอัฟและประดับด้วยลวดลายอิสลาม โองการอัลกุรอาน และถ้อยคำรำลึกถึงอัลลอฮ์

ประตูที่ใช้อยู่ในปัจจุบันสร้างขึ้นในรัชสมัยกษัตริย์คอลิด บิน อับดุลอะซีซ เมื่อปี ฮ.ศ. 1399 หรือ ค.ศ. 1979 โดยใช้ทองคำในการผลิต ประตูไม่ได้เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าเป็นกิจวัตร

3. มีซาบกะอ์บะฮ์

มีซาบ (ميزاب الكعبة) คือรางระบายน้ำที่ติดตั้งบริเวณหลังคาด้านเหนือของกะอ์บะฮ์ และยื่นออกไปทางหิจร์ มีหน้าที่ระบายน้ำฝนหรือน้ำจากการทำความสะอาดหลังคาลงสู่บริเวณหิจร์

มีซาบปัจจุบันมีผิวสีทองและผ่านการบูรณะดูแลในหลายยุคสมัย จึงเป็นทั้งองค์ประกอบใช้งานของอาคารและหลักฐานของการดูแลรักษากะอ์บะฮ์อย่างต่อเนื่อง

4. ชาซัรวาน

ชาซัรวาน (الشاذروان) คือส่วนลาดที่แนบอยู่กับฐานผนังด้านล่างของกะอ์บะฮ์ โดยทั่วไปกรุด้วยหินอ่อนสีอ่อน ส่วนนี้ช่วยเสริมฐานและความมั่นคงของโครงสร้าง

บริเวณชาซัรวานยังช่วยรองรับและยึดส่วนล่างของผ้าคิสวะฮ์ให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม ผู้มาเยือนจึงควรมองส่วนนี้ในฐานะองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรม ไม่ใช่พื้นที่สำหรับยืนหรือปีนขึ้นไป

5. หิจร์อิสมาอีล

หิจร์ (الحِجْر) ซึ่งคนไทยมักเรียกว่า “หิจร์อิสมาอีล” คือบริเวณที่มีกำแพงเตี้ยรูปครึ่งวงกลมอยู่ทางด้านเหนือของกะอ์บะฮ์ ภายในหิจร์มีพื้นที่ส่วนหนึ่งซึ่งอยู่ในขอบเขตฐานเดิมของกะอ์บะฮ์ ก่อนที่ชาวกุเรชจะบูรณะอาคารให้มีขนาดตามรูปที่เห็นในปัจจุบัน

การฏอวาฟต้องเดินอ้อมด้านนอกกำแพงหิจร์ ไม่เดินตัดผ่านด้านใน เพราะเส้นทางฏอวาฟต้องโอบรอบกะอ์บะฮ์ทั้งหมด

6. มุลตะซัม

มุลตะซัม (الملتزم) คือพื้นที่ผนังกะอ์บะฮ์ระหว่างหะญะรุลอัสวัดกับประตูกะอ์บะฮ์ มีรายงานจากบรรดาเศาะหาบะฮ์เกี่ยวกับการยืนขอดุอาอ์ ณ บริเวณนี้

หากสถานการณ์เอื้ออำนวย ผู้เดินทางสามารถขอดุอาอ์ได้โดยไม่ขวางทางหรือเบียดเบียนผู้อื่น แต่ไม่จำเป็นต้องฝ่าฝูงชนเพื่อเข้าไปถึง เพราะการขอดุอาอ์สามารถทำได้ทุกที่ และไม่ควรรับรองผลของดุอาอ์แบบเฉพาะเจาะจงเกินกว่าหลักฐาน

7. มะกอมอิบรอฮีม

มะกอมอิบรอฮีม (مقام إبراهيم) คือก้อนหินที่ท่านนบีอิบรอฮีม อะลัยฮิสสลาม ใช้ยืนขณะยกฐานและก่อสร้างกะอ์บะฮ์ร่วมกับท่านนบีอิสมาอีล อะลัยฮิสสลาม ปัจจุบันหินดังกล่าวได้รับการดูแลภายในโครงครอบแก้วและโลหะ

อัลกุรอาน ซูเราะฮ์อัลบะเกาะเราะฮ์ 2:125 กล่าวถึงการยึดมะกอมอิบรอฮีมเป็นสถานที่ละหมาด หลังฏอวาฟ ผู้เดินทางควรเลือกบริเวณละหมาดที่ปลอดภัยและไม่กีดขวางการสัญจร โดยเฉพาะในช่วงที่มีผู้คนหนาแน่น

8. รุก่นอัลอัสวัด

รุก่นอัลอัสวัด (الركن الأسود) หมายถึงมุมของกะอ์บะฮ์ที่ประดิษฐานหะญะรุลอัสวัด คำว่า “รุก่น” หมายถึงมุมของอาคาร ส่วนหะญะรุลอัสวัดหมายถึงตัวศิลา จึงเป็นสองคำที่เกี่ยวข้องกันแต่ไม่ได้หมายถึงสิ่งเดียวกัน

แนวของมุมนี้ใช้เป็นจุดเริ่มต้นและสิ้นสุดการนับแต่ละรอบของการฏอวาฟ ผู้เดินทางควรเรียนรู้แนวเริ่มต้นจากผู้นำกลุ่มหรือป้ายแนะนำในพื้นที่

9. รุก่นยะมานี

รุก่นยะมานี (الركن اليماني) คือมุมกะอ์บะฮ์ที่หันไปทางเยเมน และเป็นอีกมุมหนึ่งที่มีหลักฐานเกี่ยวกับการสัมผัสระหว่างฏอวาฟ

หากสามารถเข้าถึงได้โดยไม่เบียดเบียน สามารถสัมผัสด้วยมือโดยไม่จุมพิต หากเข้าไม่ถึง ให้เดินต่อโดยไม่ต้องชี้มือหรือแทรกผู้คน

10. รุก่นชามี

รุก่นชามี (الركن الشامي) คือมุมด้านที่หันไปทางภูมิภาคชาม อยู่ใกล้ด้านหนึ่งของหิจร์ มุมนี้ช่วยให้เข้าใจรูปทรงและทิศทางของกะอ์บะฮ์ แต่ไม่มีแบบปฏิบัติเฉพาะให้สัมผัสระหว่างฏอวาฟ

ผู้ฏอวาฟจึงเดินผ่านตามเส้นทางปกติ พร้อมรำลึกถึงอัลลอฮ์และรักษาการเคลื่อนตัวของฝูงชน

11. รุก่นอิรอกี

รุก่นอิรอกี (الركن العراقي) คือมุมที่อยู่ใกล้อีกด้านหนึ่งของหิจร์และหันไปทางอิรัก เช่นเดียวกับรุก่นชามี มุมนี้ไม่มีแบบปฏิบัติเฉพาะให้สัมผัส

การแยกชื่อทั้งสี่มุมช่วยให้ผู้เรียนอ่านแผนผังและเข้าใจคำอธิบายเกี่ยวกับกะอ์บะฮ์ได้ง่ายขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องสร้างการปฏิบัติเพิ่มเติมจากชื่อของแต่ละมุม

12. คิสวะฮ์

คิสวะฮ์ (كسوة الكعبة) คือผ้าสีดำที่คลุมกะอ์บะฮ์ ผลิตจากผ้าไหมและประดับโองการอัลกุรอานกับลวดลายอิสลามด้วยเส้นโลหะสีทองและสีเงิน

คิสวะฮ์ได้รับการผลิตและเปลี่ยนใหม่เป็นประจำทุกปีโดยทีมผู้เชี่ยวชาญของศูนย์กษัตริย์อับดุลอะซีซเพื่อการผลิตผ้าคลุมกะอ์บะฮ์ ปัจจุบันพิธีเปลี่ยนคิสวะฮ์จัดขึ้นในช่วงเริ่มต้นปีฮิจเราะฮ์

13. มัฏอัฟ

มัฏอัฟ (المطاف) คือลานหินอ่อนที่ล้อมรอบกะอ์บะฮ์ ใช้เป็นพื้นที่ประกอบการฏอวาฟทั้งกลางวันและกลางคืน เส้นทางฏอวาฟต้องวนรอบกะอ์บะฮ์เจ็ดรอบ โดยให้กะอ์บะฮ์อยู่ทางซ้ายและเดินอยู่นอกเขตหิจร์

ในช่วงที่ผู้คนหนาแน่น ควรรักษาจังหวะการเดิน ไม่หยุดกะทันหัน ไม่เดินสวนทาง และปฏิบัติตามการจัดพื้นที่ของเจ้าหน้าที่มัสยิดอัลฮะรอม

แล้ว “แถบหินอ่อนเริ่มฏอวาฟ” อยู่ที่ไหน?

ในอดีตเคยมีเครื่องหมายบนพื้นเพื่อช่วยบอกแนวเริ่มต้นของการฏอวาฟ แต่การจัดพื้นที่ได้รับการเปลี่ยนแปลงตามการขยายลานและการบริหารฝูงชน ปัจจุบันควรยึดแนวของหะญะรุลอัสวัดและเครื่องหมายที่หน่วยงานในพื้นที่กำหนด ไม่ควรเพิ่ม “แถบหินอ่อน” เป็นองค์ประกอบถาวรข้อที่ 13

สรุป

ทั้ง 13 ส่วนมีหน้าที่และความหมายต่างกัน บางส่วนเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติในการฏอวาฟโดยตรง ขณะที่บางส่วนเป็นองค์ประกอบทางประวัติศาสตร์หรือสถาปัตยกรรม การเข้าใจความแตกต่างนี้ช่วยให้ผู้เดินทางปฏิบัติศาสนกิจอย่างถูกลำดับ สุภาพ และไม่เพิ่มการปฏิบัติที่ไม่มีหลักฐาน

ขอให้อัลลอฮ์ทรงประทานความรู้ที่เป็นประโยชน์ ความปลอดภัย และโอกาสแก่ผู้ศรัทธาในการเดินทางไปเยือนบัยตุลลอฮ์ อามีน

หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำเพื่อความรู้ทั่วไป ไม่ใช้แทนคำวินิจฉัยทางศาสนา การปฏิบัติจริงควรยึดคำแนะนำของผู้รู้ที่น่าเชื่อถือ ผู้นำกลุ่ม และเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลพื้นที่

แหล่งข้อมูลที่ใช้เรียบเรียง